STEAM Education คืออะไร? มีความน่าสนใจอย่างไรกับเด็กในยุคปัจจุบัน

STEAM Education คือ กิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นการบูรณาการของวิชาต่าง ๆ ทั้งศาสตร์และศิลป์เข้าด้วยกันเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับการเติบโตในยุคศตวรรษที่ 21

Category :

steam education

STEAM Education คืออะไร? มีความน่าสนใจอย่างไรกับเด็กในยุคปัจจุบัน

กิจกรรม STEAM เป็นการส่งเสริมการพัฒนาทักษะทั้งด้าน Hard skill และ Soft skill ที่สำคัญและจำเป็นให้กับน้อง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพพร้อมรับมือกับการเติบโตในโลกยุคใหม่ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ เป็นการเตรียมพร้อมให้กับน้อง ๆ เมื่อเข้าสู่โลกยุคดิจิตอลอย่างเต็มรูปแบบ

STEAM Education คือ

STEM คือ ระบบหรือหลักสูตรการศึกษาที่เน้นการเข้าถึงศาสตร์ 4 ชนิด ได้แก่ Science, Technology, Engineering, Mathematics โดยคำว่า STEM ย่อมาจากตัวอักษรแรกสุดของแขนงวิชาต่าง ๆ โดยการเรียนรู้ในรูปแบบ STEM Education นั้นเป็นการสอนที่เน้นการบูรณาการระหว่างกลุ่มสาระวิชา (Interdisciplinary Integration) มาประยุกต์เข้าด้วยกันเพื่อให้น้อง ๆ นำความรู้จากทุก ๆ วิชาที่ได้เรียนรู้ มาใช้ในการค้นคว้าและพัฒนาสิ่งต่าง ๆ รวมไปถึงการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน 

เนื่องจากนักวิชาการทั่วโลกได้เล็งเห็นว่าแขนงวิชาศิลปะ (Art) ก็มีความสำคัญไม่แพ้วิชาใน STEM Education ดังนั้น จึงเกิดการพัฒนาขึ้นมาเป็นหลักสูตรการศึกษา STEAM Education คือ การพัฒนานำเอา Art (A) เข้ามาบูรณาการการเรียนรู้เพิ่มเติมจาก STEM และเสริมสร้างให้น้อง ๆ ที่เรียนรู้ในหลักสูตร STEM ศึกษาให้มีความคิดแบบสร้างสรรค์มากกว่าเดิมนั่นเอง 

STEAM Education จะเน้นไปที่การให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ด้วยการลงมือปฏิบัติด้วยตนเอง ซึ่งกระตุ้นให้เกิดความสนใจซึ่งการสร้างกิจกรรม STEM เพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ให้กับน้อง ๆ นั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ภายในรั้วโรงเรียนเสมอไปแต่ผู้ปกครองก็สามารถสอนให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ผ่านตัวอย่าง STEM ในชีวิตประจำวันได้จาก 5 ไอเดีย STEM Education ที่สามารถทำได้ที่บ้านโดยใช้เพียงอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านก็สามารถสร้างกิจกรรมการเรียนรู้สนุก ๆ กับน้อง ๆ ได้แล้วนั่นเอง

ปัจจัยสำคัญในการเรียนรู้แบ่งออกเป็น 3 ส่วน

1. การนำเสนอสถานการณ์ (Presentation Situation) เป็นส่วนหนึ่งในการเรียนรูู้ STEM ศึกษาโดยน้อง ๆ จะต้องนำเสนอบริบทที่เชื่อมโยงกับชีวิตประจำวันหรือสถานการณ์ที่เป็นปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งจะต้องวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงปัญหาเหล่านั้นเสียก่อนเพื่อให้เกิดความเข้าใจในปัญหาและให้มีข้อมูลพื้นฐานสำหรับการคิดในขั้นต่อไป

2. การออกแบบอย่างสร้างสรรค์ (Creative Design) เป็นการกระตุ้นให้น้อง ๆ ได้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างอิสระ ซึ่งเป็นการพัฒนามาจาก STEM ศึกษาโดยจะเน้นพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ซึ่งใช้การบูรณาการกับแขนงวิชาศิลปะใน STEAM Education และการสื่อสารผ่านกิจกรรมเป็นหลัก น้อง ๆ จะต้องทำความเข้าใจและเห็นคุณค่าในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นและค้นหาการแก้ไขปัญหาด้วยตนเองซึ่งเป็นสิ่งที่ต่อเนื่องมาจากการนำเสนอสถานการณ์ (Presentation Situation) นั่นเอง

3. การสร้างความจับใจ (Emotional Touch) เป็นขั้นตอนในการขยายขอบเขตของสิ่งที่ค้นพบใน STEAM Education และเน้นกระตุ้นให้น้อง ๆ กระตือรือร้นในการแก้ไขปัญหา เป็นขั้นตอนการสร้างแรงจูงใจให้น้อง ๆ มีความพยามยามไปจนถึงแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังช่วยให้น้อง ๆ มีเจตคติที่ดีในการเรียนรู้ซึ่งเป็นสิ่งที่จะส่งผลดีให้กับตัวน้อง ๆ ต่อไปในอนาคต

การออกแบบคลาสที่ควบรวมความรู้ 5 ด้านสำคัญ

STEAM Education คือ การบูรณาการสาขาวิชาต่าง ๆ 5 วิชาที่สำคัญโดยพัฒนามาจาก STEM Education ที่ได้นำเอาแกนหลักของวิชาต่าง ๆ มาผสมผสานกันโดยเน้นให้เกิดการศึกษาไปที่ทักษะและการลงมือปฏิบัติจริง โดยวิชาที่ได้นำมาบูรณาการเข้าด้วยกันได้แก่

วิทยาศาสตร์ (Science)

วิชาวิทยาศาสตร์มักจะเน้นให้น้อง ๆ ได้ทำความเข้าใจในธรรมชาติ การเรียนรู้วิชานี้ในหลักสูตร STEAM Education มักจะเน้นไปที่การสอนให้น้อง ๆ ได้เรียนรู้ด้วยกระบวนการสืบเสาะ (Inquiry-based Science Teaching) และกิจกรรมการสอนแบบแก้ปัญหา (Scientific Problem-based Activities) เป็นหลัก ซึ่งสามารถเน้นไปที่การทดลองวิทยาศาสตร์อย่างง่ายเพื่อกระตุ้นความสนใจในการเรียนรู้ให้กับน้อง ๆ และยังเป็นการฝึกการสังเกตในการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ได้เป็นอย่างดี

เทคโนโลยี (Technology)

องค์ประกอบของหลักสูตร STEAM Education อีกหนึ่งศาสตร์ คือ เทคโนโลยี ซึ่งเป็นวิชาที่ให้ผู้เรียนได้วิเคราะห์และประเมินวิธีการสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ จากการปัญหาในชีวิตประจำวันที่ได้พบเจอเพื่อนำมาปรับปรุง พัฒนาสิ่งต่าง ๆ หรือกระบวนการต่าง ๆ ให้ตอบสนองความต้องการของมนุษย์ ซึ่งเป็นพื้นฐานของกระบวนการทำงานทางเทคโนโลยีที่เรียกว่า Engineering Design หรือ Design Process 

วิศวกรรม (Engineering)

วิศวกรรมศาสตร์ เป็นศาสตร์ที่จะต้องใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นพื้นฐานในการเรียนรู้ โดยนำองค์ความรู้จากวิชาต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมานั้น มาบูรณาการเข้าด้วยกันและคิดต่อยอดด้วยความคิดสร้างสรรค์ให้เกิดเป็นองค์ความรู้ใหม่ ๆ เพื่อนำไปพัฒนาเป็นนวัตกรรมต่าง ๆ ต่อไปในอนาคตนั่นเอง

ศิลปะ (Arts)

สิ่งที่ทำให้ STEAM Education แตกต่างจาก STEM Education คือ วิชาศิลปะ (Arts) ที่เพิ่มเข้ามานั่นเองเนื่องจากศิลปะคือสื่อกลางที่จะช่วยให้น้อง ๆ พัฒนาในด้านของความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด อีกทั้งยังช่วยให้เกิดสุนทรียทางการเรียนรู้ โดยศิลปะในหลักสูตร STEAM Education ยังรวมไปถึงการสื่อสารแนวคิดและทัศนคติในด้านทัศนศิลป์ และการศึกษาในด้านสังคมวิทยา ปรัชญา วัฒนธรรมประเพณีด้วยเช่นกัน

คณิตศาสตร์ (Mathematics)

องค์ประกอบที่สำคัญ STEAM Education คือ วิชาคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นสาขาวิชาที่ช่วยเชื่อมวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์เข้าไว้ด้วยกัน โดยวิชาคณิตศาสตร์ไม่ได้มีเพียงแค่การเรียนรู้ทางการคำนวณตัวเลขเท่านั้น แต่ในการเรียนรู้ศาสตร์นี้น้อง ๆ จะได้รู้จักกับการคิดโดยใช้กระบวนการคิดคณิตศาสตร์ (Mathematical Thinking) ได้แก่ การเปรียบเทียบ การจำแนกหรือจัดกลุ่ม การจัดแบบรูป และการบอกรูปร่างและคุณสมบัติต่าง ๆ ที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อีกหลากหลายตามบริบทที่เหมาะสมนั่นเอง

สรุป

STEAM Education คือ การเรียนรู้แบบบูรณาการ 5 แขนงวิชา เน้นไปที่การลงมือทำจริงที่จะส่งผลให้น้อง ๆ สามารถนำองค์ความรู้ไปต่อยอดพัฒนา ตั้งคำถาม แก้ไขปัญหา และสามารถทำงานเป็นทีมได้ ทำให้น้อง ๆ รู้สึกสนุกไปกับการเรียนรู้ที่ไม่ต้องท่องจำการสร้างเสริมพื้นฐานกิจกรรม STEAM Education สามารถเริ่มได้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย (อายุ 3-5 ปี) โดยพัฒนากิจกรรมไปเรื่อย ๆ ตามวัยของผู้เรียนให้สอดคล้องกับความยากของปัญหาหรือผลงาน

Steam education กับ Code Genius

สถาบันสอน Coding สำหรับเด็ก Code Genius มีการบูรณาการวิชาต่าง ๆ เข้าด้วยกันตามหลักการเรียนรู้ในรูปแบบ STEAM Education เพื่อพัฒนาทักษะความคิดในด้านต่าง ๆ ของน้อง ๆ ให้พร้อมรับกับโลกยุคใหม่ที่เทคโนโลยีและนวัตกรรมเติบโตก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

บทความที่เกี่ยวข้อง